สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

ประวัติหลวงพ่อสว่าง

ประวัติหลวงพ่อสว่าง
 ประวัติหลวงพ่อสว่าง วัดท่าพุทรา

กำแพงเพชร
 
 
 
 
ประวัติหลวงพ่อสว่าง
หลวงพ่อสว่าง ท่านเป็นบุตรของขุนเจริญสวัสดิ์ (เจริญเจริญศรี) กำนันตำบลท่างิ้วอ.บรรพตพิสัยจ.นครสวรรค์กับคุณแม่หอมเจริญศรีเกิดเมื่อวันที่17 มิถุนายน2426 ตรงกับขึ้น12 ค่ำเดือน7 ปีมะแมเป็นบุตรคนสุดท้ายที่เป็นชายส่วนคนก่อนๆล้วนเป็นหญิง
- ปี2438 – 2445
เข้าเรียนอักขระมูลกัจจายน์และอักษรขอมกับพระครูบรรพโตปมญาณ (หลวงพ่อเผือก) และพระอาจารย์สด (พระครูสวรรค์วิถี) ที่วัดหัวดงซึ่งเป็นสำนักเรียนอักขระมูลกัจจายน์ที่ยิ่งใหญ่ในยุคนั้นตำบลหัวดงอ.บรรพตพิสัยจ.นครสวรรค์เมื่ออายุ13 – 20 ปีอายุครบ20 ปีทำการอุปสมบทที่วัดขุนญาณตำบลคลองเมืองอ.กรุงเก่าจ.พระนครศรีอยุธยาโดยพระอุปัชฌาย์คือพระญาณไตรโลกย์ (สะอาด)เป็นเกจิอาจารย์ในอยุธยาผู้สร้างพระเม็ดน้อยหน่าผงดำเนื้อจัดลงรักน้ำเกลี้ยงปิดทองหลังยันต์อุหายากที่พบเห็นทั่วไปเป็นของเทียมเลียนแบบ

ต่อมาหลวงพ่อสว่างได้สร้างพระขึ้นบางพิมพ์ทำเป็นพระเนื้อผงดำเคล้ารักเนื้อจัดแห้งเป็นมันเลื่อมเช่นพิมพ์เล็กสมเด็จขาโต๊ะพระซุ้มกอดำสมเด็จพระครูมูลพิมพ์มีหน้าตา) เมื่อวันพุธที่3 ธันวาคม2445 และศึกษาพระธรรมวินัยบาลีที่วัดศาลาปูนเป็นเวลา2 ปี

- 2447 กลับไปเรียนพระปริยัติธรรมพระธรรมวินัยต่อที่วัดหัวดงฯจ.นครสวรรค์
- 2447 – 2448 ไปจำพรรษาที่วัดท่างิ้วอ.บรรพตพิสัย
- ปี2448 – 2449 ไปศึกษาพระธรรมที่วัดมณีบรรพตจังหวัดตาก

กลับมาวัดท่างิ้วเป็นช่วงพระอาจารย์ปั้นเจ้าอาวาสวัดมรณภาพลงในปี2457 เจ้าคณะอำเภอจึงแต่งตั้งท่านขึ้นเป็นเจ้าอาวาสวัดแทนขณะอายุได้30 ปีพรรษาที่10 ซึ่งหลวงพ่อได้ทำการปรับปรุงมณฑปเสนาสนะต่างๆที่ต้องใช้ในกิจการสงฆ์เป็นการใหญ่ให้เป็นระเบียบและสวยงามด้านความรู้ความสามารถในเชิงมณฑณศิลป์และสถาปัตย์ที่มีอยู่ในตัวของหลวงพ่อในระดับสูงทำการจัดตั้งสำนักพระปริยัติธรรมเป็นแห่งแรกในอำเภอบรรพตพิสัยเป็นที่ศึกษาแก่พระภิกษุสงฆ์สามเณรในระยะเริ่มแรก20 รูปไปจนถึงปี2499 พระนักธรรมเอก, นักธรรมโทและนักธรรมตรีปีละประมาณถึง100 รูปรวมเป็นเวลาของการตั้งสำนักพระปริยัติธรรมในปี2457 ถึงปี2499 รวม42 ปีรวมเป็นพระภิกษุสงฆ์สามเณรที่ผ่านไปจากวัดท่างิ้วจำนวนหลายพันองค์

การเลื่อนชั้นยศทางพระของหลวงพ่อสว่างปรากฏว่าตั้งแต่ปี2457 เป็นต้นไปได้เลื่อนชั้นเป็นพระใบฎีกา, พระสมุห์, พระปลัดในปี2467 ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลท่างิ้วและพระอุชปัชฌาย์ปี2470 ดำรงตำแหน่งพระครูวิบูลวชิรธรรมเจ้าคณะอำเภอขาณุวรลักษบุรีและกิ่งอำเภอจังหวัดกำแพงเพชรเมื่ออายุนับว่ายังน้อยเพียง44 ปีพรรษาที่24 เท่านั้นอันแสดงถึงความเป็นอัจฉริยะทางศาสนาอย่างสูงสุดในการบริหารงานทางศาสนาได้อย่างทรงประสิทธิภาพจนได้รับตำแหน่งในระดับสูง

ต่อมาในปี 2500 ขณะที่หลวงพ่อสว่างมีอายุได้ 74 ปีพรรษาที่54 ซึ่งนับว่าสังขารนั้นอยู่ในขั้นชราภาพมากแล้วอีกทั้งตรากตรำกับงานบริหารงานวัดท่างิ้วงานสอนสำนักพระปริยัติธรรมที่มีนักเรียนทางพระถึงปีละ100 รูปต้องไปตรวจบริหารสนับสนุนกิจการสงฆ์ไกลถึงอำเภอขาณุอำเภอคลองขลุงจังหวัดกำแพงเพชรโดยทางเรือคราวละเป็นเวลานับสิบๆวันสำนักพระปริยัติธรรมและวัดท่างิ้วในขณะนั้นเจริญรุ่งเรืองในทุกๆด้านประจวบเหมาะกับคณะสงฆ์และฆราวาสในตำบลท่าพุทราอำเภอคลองขลุงจังหวัดกำแพงเพชรได้นิมนต์ท่านไปครองวัดท่าพุทราอดีตเป็นวัดโบราณสร้างในยุคปลายกรุงศรีอยุธยาซึ่งกำลังชำรุดทรุดโทรมเป็นอย่างมากให้ฟื้นฟูขึ้นและเมื่อท่านรับนิมนต์ได้ไปดำเนินการให้กลายเป็นวัดที่เพียบพร้อมในด้านถาวรวัตถุทุกสิ่งที่วัดเจริญอื่นๆมีได้รับการยกให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง

ปี2506 ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอคลองขลุง,ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดกำแพงเพชรในที่สุดในวันที่1 กุมภาพันธ์2520 เวลา14.30 น.เมื่อสิริอายุได้94 ปี7 เดือน25 วัน74 พรรษาหลวงพ่อสว่างได้ละสังขารไว้ที่โรงพยาบาลกำแพงเพชรในอาการสีหไสยาสน์นอนตะแคงซ้ายพนมมือพุทธะธรรมรำลึกด้วยอาการอันสุขสงบในอานิสงฆ์ที่ท่านได้ประพฤติปฎิบัติในร่มผ้ากาวสาวพัตรครองสงฆ์โดยตลอด74 พรรษาได้อบรมสั่งสอนให้มวลมนุษย์ได้บรรเทาทุกข์ลดอบายละกิเสศในบวรพุทธศาสนา

ประมวลผลงาน

1. งานก่อสร้างถาวรวัตถุในพระพุทธศาสนาประเภทโบสถ์ศาลาการเปรียญกุฎิหอฉันหอสวดมนต์ประปาวัดโรงเรียนปริยัติธรรมเท่าที่ได้จดบันทึกไว้
ในเขตอำเภอบรรพตพิสัยจ.นครสวรรค์

1. วัดคงคารามต.วังยาง2.วัดแม่ลาดใหญ่3. วัดแม่ลาดน้อยต.แม่ลาด4.วัดวังไทร5.วัดมุจรินทร์6.วัดพิกุลทองต.หัวถนน7.วัดอุเบกขาราม8. วัดคฤหบดีสงฆ์-ท่าพุทรา9.วัดแก้วศรีวิไล(ทุ่งทราย) 10. วัดโนนพลับ11. วัดสันติวนาราม12.วัดจันทาราม (หนองแขม) 13. วัดศรีภิรมย์14.วัดฤกษ์หร่าย15. วัดสว่างอารมณ์อ.ขาณุวรลักษบุรี
งานเผยแพร่พระศาสนาเป็นหัวหน้าพระธรรมทูตให้การสอนอบรมธรรมะแก่ประชาชนในเขตอ.บรรพตพิสัยจ.นครสวรรค์อ.คลองขลุงอ.ขาณุฯจ.กำแพงเพชร

งานพิเศษเข้าร่วมประชุมตรวจปัญหาธรรมศาสนาหลวงจ.อุทัยธานีชัยนาทวัดมหาธาตุที่กรุงเทพฯกิจรับนิมนต์รับนิมนต์โดยไม่เลือกชั้นวรรณะไม่ถือมั่งมีหรือยากจนรับนิมนต์ไปทุกครั้ง
กิจวัตรอื่นๆลงทำวัตรเช้า-เย็นในพระอุโบสถไม่เคยขาดเคร่งครัดในวินัยสำรวมในศีลถือสันโดษไม่จับต้องเงินตราทรัพย์สิ่งของอันมีค่ายกเว้นบรรดานุศิษย์หรือคฤหัสที่ให้ท่านช่วยอธิฐานจิตเป็นเงินขวัญถุงเท่านั้นมีความเมตตากรุณามุทิตาแก่ผู้สนิทและผู้แปลกหน้าเป็นที่น่าเลื่อมใสศรัทราแก่ผู้พบเห็นไปแล้วจะกลับมาเยี่ยมนมัสการเสมอ

ถือเป็นอานิสงค์ได้บุญมหาศาลทั้งสำหรับบรรพชิดและฆราวาสผู้สร้างเพื่อสืบทอดพระศาสนาเป็นเครื่องเตือนสติให้ทำแต่กรรมดีละเว้นสิ่งชั่วเป็นวัตถุมงคลที่ทำให้แคล้วคลาดจากปวงภัยมีความคงกระพันชาตรีบังเกิดเมตตามหานิยมมหาเสน่ห์อุดมโชคลาภแก่กล้าบารมีเป็นที่ครั่นคร้ามแก่ผู้เป็นศัตรูผู้มุ่งร้ายล้วนเป็นความเชื่อและยึดมั่นสืบทอดนับกว่าพันปีจนถึงในปัจจุบัน

การสร้างมงคลวัตถุของหลวงพ่อสว่างจะนำหน้าในด้านคงกระพันชาตรีแคล้วคลาดมหาอุดซึ่งตัวหลวงพ่อสว่างเองเมื่อสมัยหนุ่มก่อนวัยครบบวชมีความคงกระพันชาตรีเป็นเยี่ยมฟันแทงไม่เข้าในฐานะศิษย์เอกของหลวงพ่อเผือก (พระครูบรรพโตมญาณ) แห่งวัดหัวดงอ.บรรพตพิสัยประกอบกับเป็นลูกชายคนเดียวในลูกทั้งห้าคนและเป็นคนสุดท้องย่อมเป็นที่รักและตามใจของผู้หลักผู้ใหญ่ในครอบครัว

อีกทั้งโยมบิดาเป็นกำนันตำบลท่างิ้วเลยทำให้เหลิงวางตัวเป็นนักเลงอันธพาลในย่านตลาดส้มเสี้ยวท่าตั้วเการะรานกลั่นแกล้งสร้างความเดือดร้อนฝากความเจ็บแค้นผูกอาฆาตให้แก่ผู้อื่นที่ต้องชำระล้างในยุคนั้นเป็นยุคของผู้แก่กล้าทางคาถาอาคมแขวนเครื่องรางสิ่งวิเศษประจำกายการกลัวเกรงกันก็เฉพาะแก่ผู้ที่เหนือกว่าในทางเดียวกันเนื่องจากมีคู่อริจำนวนมากโยมบิดาจึงฝากหลวงพ่อเผือกวัดหัวดงพาหลวงพ่อสว่างซ่อนลงในเรือไปออกบวชที่วัดศาลาปูน, อยุธยาซึ่งลงโบสถ์เป็นลูกศิษย์พระญาณไตรโลก (ลป. สอาด) พระอุปัชฌาย์พร้อมกับพระเกจิผู้ขมังเวทย์แห่งจังหวัดอุทัยธานีคือพระอุทัยกวีอดีตเจ้าคณะจังหวัด

นอกจากสร้างมงคลวัตถุทางด้านคงกระพันชาตรีแล้วทางด้านโชคลาภมหาเสน่ห์เมตตาหมานิยมท่านก็ทำไว้เช่นเหรียญขวัญถุงนางกวักมหาลาภค้าขายร่ำรวยที่ทำขึ้นจากผงยันต์มหาราชตรีนิสิงเหว่านมหาลาภว่านมหาเสน่ห์ว่านสาวหลงทำจากงาแกะในลักษณะนางกวักคล้ายกับนางกวักของหลวงพ่อเดิมวัดหนองโพธิ์

หลวงพ่อสว่างเป็นพระนักแหล่ด้วยมีสำเนียงไพเราะเป็นที่ชื่นชอบของญาติโยมท่านจึงรับนิมนต์ไปเทศแหล่ในจังหวัดต่างๆทางภาคกลางเช่นที่อยุธยาปทุมธานีกรุงเทพฯสุพรรณบุรีชัยนาทนครสวรรค์เป็นต้นและไปเรียนวิชากับพระอาจารย์ที่แก่กล้าในวิทยาอาคมขลังในจังหวัดเหล่านั้นเช่นวิชาหินเบาให้ร่างกายเป็นชาตรีกับหลวงปู่กลั่นวัดพระญาติเป็นวิชาที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเจ้าใช้ในการตีค่ายพม่าทรงพระแสงดาบคาบค่ายนำปีนตีพม่าถูกตัดท่อนซุงทิ้งต้องพระองค์ตกค่ายลงไปไม่เป็นไรและตีค่ายพม่าจนสำเร็จกอบกู้เอกราชให้แก่ชาติไทย

วิชานี้ของหลวงพ่อสว่างใช้กับวัตถุมงคลผู้ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำทุกรายรถจะพังยับเยินแต่ผู้มีวัตถุมงคลของหลวงพ่อสว่างไม่เป็นไรวิชาฝังตะกรุดเช่นเดียวกับอาจารย์เฮงไพรวัลย์วิชาฝังเข็มอาจารย์ฟ้อนดีเสมอผู้มีวัตถุมงคลของหลวงพ่อสว่างถูกยิงด้วยกระสุนปืนเหรียญวัตถุมงคลของหลวงพ่อสว่างแสดงปฎิหารย์เข้ารับกระสุนปืนแทนทำให้ผู้ถูกยิงปลอดภัยอย่างเหลือเชื่อถูกคนร้ายขโมยรถวิ่งผ่านหน้าท่าพุทรารถยนต์วิ่งกลับและเครื่องดับคนร้ายขโมยเรารถไปไม่ได้

เรียนวิชามหาอุดเช่นเดียวกับหลวงปู่ศุขวัดมะขามเฒ่าทำให้กระสุนปืนด้านลั่นไกกระสุนไม่ออกจากลำกล้องวิชาแคล้วคลาดทำให้ผู้มีวัตถุมงคลของหลวงพ่อสว่างถูกยิงด้วยปืนในระยะประชิดตัวลูกกระสุนออกจากลำกล้องแต่กระสุนโค้งยิงหมดกระสุนในรังเพลิงแต่ไม่ถูกตัวผู้ยิงเป็นต้น

นอกจากเรียนเพิ่มเติมวิทยาอาคมแล้วพร้อมกับหาวัตถุมงคลอันเป็นมงคลสิ่งวิเศษที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติได้แก่ว่านแร่คดกลับไปทำผสมใส่ลงในพระเครื่องของท่าน
แบบพระเครื่องของท่านหลายแบบไปพ้องกับพระเครื่องของพระเกจิอาจารย์องค์อื่นๆเช่นสมเด็จอินโดจีนฐาน5 ชั้นรุ่นออกวัดท่างิ้วตั้วเกาไปเหมือนกับพระของหลวงพ่อกร้ายวัดมักกะสันกรุงเทพฯที่ออกในช่วงปี2480-2490

นางสามเหลี่ยมทรงสมาธิฐานบัวฟันปลายของหลวงพ่อสว่างไปเหมือนกับหลวงพ่อที่จังหวัดปทุมแต่ต่างกันตรงที่พระเครื่องของหลวงพ่อสว่างหลังเรียบไม่มีลายมือใหญ่และหนากว่าพระเม็ดมะขามเนื้อดินของหลวงพ่อสว่างไปคล้ายกับหลวงพ่อขอม, วัดไผ่โรงวัว, สุพรรณบุรีแต่ของหลวงพ่อสว่างเป็นเนื้อแร่ก้อนแบบพระหลวงพ่อปาน, บางนมโคส่วนของหลวงพ่อขอมเป็นดินละเอียดไม่มีผงวิเศษที่เป็นผงอิทธิเจจุดขาวๆอันเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของหลวงพ่อปลอดภัย

การปลุกกระแสพระเครื่อง

วัตถุมงคลของหลวงพ่อสว่างเกิดเหตุการณ์มหัศจรรย์บ่อยครั้งต่อผู้พบเห็นเช่นหลวงพ่อชื่นวัดสระแก้ว (วัดกิโล8) เคยเล่าให้ฟังว่าในพิธีปลุกเสกพระเครื่องให้วัดโค้งวิไลวัดสิงคารามที่ออกในปี2517 ในโบสถ์วัดท่าพุทราร่างของหลวงพ่อสว่างลอยขึ้นได้จากอาสนะประมาณ 1 ศอกที่ปลุกเสกบินขึ้นเวียนว่อนกลางอากาศเหมือนถูกลมบ้าหมูหอบขึ้นต่อหน้าผู้อยู่ร่วมพิธีเป็นร้อยเหรียญที่ปลุกเสกกระดุกกระดิกได้เหมือนกุ้งเต้นได้ยินเสียงกุ๊งกริ๊งตลอดเวลาการท่องคาถาปลุก

การสร้างวัตถุมงคล

ประเภทเครื่องรางของขลังหลวงพ่อสว่างสร้างรวมเป็น 2 ยุคคือยุคที่ครองวัดคหบดีสงฆ์ท่าพุทราต.ท่าพุทราอ.คลองขลุงจ.กำแพงเพชรตั้งแต่ปี2501-2519 จำนวน19 ปีเป็นเหรียญรูปหล่อเล็ก-หล่อใหญ่พระเนื้อผงเนื้อดินผสมว่านร้อยแปดหนังหน้าผากเสือตระกรุดผ้ายันตร์ธงกันภัยและยุคก่อนสมัยครองวัดท่างิ้วตั้วเกาอ.บรรพตพิสัยจ.นครสวรรค์ประมาณปี2470-2500
 

การศึกษา

Tags : หลวงพ่อสว่าง ประวัติหลวงพ่อสว่าง พระวิบูลวชิรธรรม วัดคฤหบดีสงฆ์ หลวงพ่อสว่าง วัดคฤหบดีสงฆ์ หลวงพ่อสว่าง วัดท่าพุทรา วัดท่างิ้ว วัดท่างิ้วตั้วเกา

view